ภาพวาดจากสุดยอดศิลปิน

พรพรรณ ศรีธนาบุตร

พรพรรณ ศรีธนาบุตร  (1)พรพรรณ ศรีธนาบุตร  (2)

พรพรรณ ศรีธนาบุตร มีใจรักด้านการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ ศิลปินหญิงไทยเพียงหนึ่งเดียวใน 4 ศิลปินที่ถูกคัดเลือกให้ไปแสดงผลงานบนเวทีสีน้ำโลก ศึกษาการวาดภาพจาก  ดร.สุชาติ วงษ์ทอง และ อาจารย์มานิตย์ นิเวศน์ศิลป์ รูปภาพแนวที่ชอบวาดบ่อย เป็นแนวบรรยากาศแบบป่าๆ ความชุ่มชื้นของกล้วยไม้ ชอบรากไม้ที่เลื้อยพัน ชอบสีสันและลวดลายของดอก นอกจากนี้ยัง ชอบวาดภาพสัตว์บ้าง ภาพทิวทัศน์บ้างเรียกง่ายๆว่าเป็นแนวธรรมชาติ

พรพรรณ ศรีธนาบุตร  (3)

รูปภาพที่ติด 1 ใน 175 ภาพ จากทั้งหมด 550 ภาพ

John Salminen

John Salminen 2 John Salminen yorkville John Salminen

John Salminen ศิลปินสีน้ำชื่อดังจาก USA ความสามารถเป็นที่ยอมรับจากคนทั้งโลก ได้รับรางวัลการันตีมากมาย มีผลงานมานำแสดงมากกว่า 28 ปี เริ่มเรียนการวาดมาตั้งแต่เด็ก และ เลือกเรียน Art มาโดยเฉพาะ ใช้เทคนิกวาดภาพแบบเรียลลิสติก

Konstantin sterkhov

Konstantin sterkhov1 (1) Konstantin sterkhov1 (2) Konstantin sterkhov1 (3)

Konstantin sterkhov 1 ในสุดยอดศิลปินชื่อดังจากประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับการยกย่องให้จัดอยู่ในทำเนียบผู้ที่เป็นคน มีฉายา “Masters of watercolors” เกิดที่ Izhevsk ในปี 1968 จบการเรียนจาก Repin Academy of Fine Arts, St. Petersburg

Ong Kim Seng

Ong Kim Seng 2 Ong Kim Seng

Ong Kim Seng ผู้สร้างสรรค์ผลงานในการวาดภาพสีน้ำจากประเทศสิงค์โปร ได้รับการแสดงผลงานที่ต่างประเทศมากมาย ที่สำคัญเป็นศิลปินคนเดียวของประเทศสิงค์โปรที่ได้รับรางวัล American Watercolor Society และยังเป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียวอีกด้วย

 

ยังมีศิลปินอีกมากมายที่สร้างสรรค์ผลงานไว้บนดลกใบนี้ ความสวยงามจากการมองภาพที่สื่อถึงภายในจิตใจ สามารถทำให้รู้สึกได้ถึงความสุขหรือเศร้า ตามอารมณ์ของภาพนั้นๆ

เทคนิคผสมสีและการระบายสี

เปียกบนเปียก (WET INTO WET)

color1

เปียกบนเปียก หมายถึง การระบายน้ำลงบนกระดาษก่อนแล้วจึงระบายสีตามที่ต้องการลงไป การระบายแบบเปียกบนเปียกนี้ จะช่วยให้ท่านระบายสีติดบนกระดาษทุกส่วน มีประโยชน์มากเมื่อจะระบายท้องฟ้า หรือ ผิววัตถุที่มีมัน เพราะจะให้ความรู้สึกกลมกลืนของสีเด่นชัด เทคนิคของการระบายแบบเปียกบนเปียกที่สำคัญ คือ

1.การไหลซึม

2.การไหลย้อน

ใช้มากในการระบายสีท้องฟ้าหรือน้ำ

เปียกบนแห้ง (WET INTO DRY)

color2

เปียกบนแห้ง หมายถึง การระบายสีบนกระดาษที่ไม่ต้องลงน้ำก่อน เปียก คือ พู่กันกับสี แห้ง คือ แผ่นกระดาษ การระบายแบบเปียกบนแห้ง เป็นวิธีระบายทั่วไป มีเทคนิคดังนี้

1.ระบายเรียบสีเดียว

2.ระบายสีอ่อนแก่เรียบสีเดียว

3.ระบายเรียบหลายสี

โดยส่วนใหญ่จะใช้ ระบายเรียบทีเดียวหรือหลายสี

แห้งบนเปียก (DRY INTO WET)

color3

แห้งบนเปียก หมายถึง การระบายน้ำลงบนกระดาษก่อนแล้ว แล้วใช้พู่กันจุ่มสีน้อย และระบายอย่างรวดเร็ว ใช้มากใน การระบายต้นไม้ หรือภูเขาให้กลมกลืนกับท้องฟ้า

แห้งบนแห้ง (DRY INTO DRY)

color4

แห้งบนแห้ง หมายถึง การระบายสีที่ใช้พู่กันจุ่มสีน้อย แล้วระบายอย่างรวดเร็วบนกระดาษ แห้งบนแห้ง มีประโยชน์ในการที่จะเน้นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือบริเวณที่เห็นว่า ควรทำให้เด่นได้ ชัดเจน กะทัดรัด และรวดเร็ว การระบายแบบแห้งบนแห้ง มีเทคนิคที่สำคัญอยู่ 3 ประการ

1.การแตะ

2.การป้าย

3.เทคนิคผสม

เป็นการระบายสีไว้แห้งแล้วจึงนำสีมาระบายทับลงไปเกิดเป็นร่องรอยพู่กันแห้งๆ

ระบายบนระนาบรองรับ (TEXTURE SURFACE)

เป็นการระบายบนกระดาษวาดเขียน และกระดาษต่างชนิดกัน ไม่ได้ปรุงแต่งลักษณะผิวแต่อย่างใด สำหรับการระบายบนระราบรองรับที่เตรียมไว้ เป็นการปรุงแต่งลักษณะผิวกระดาษให้แตกต่างไปจากเดิม เพื่อผลที่แปลกและน่าสนใจกว่า สร้างสรรค์รูปแบบให้ต่างไปจากเดิม

ผสมสีสร้างโลกสวย

color (1)

สีหลัก 3 สี ประกอบด้วย

สีแดง RED

สีน้ำเงิน BLUE

สีเหลือง YELLOW

วงจรสี Color Wheel

color (2)

แม่สี 2 สีผสมกัน ในอัตราส่วนที่เท่ากัน

น้ำเงิน + เหลือง = เขียว

เหลือง + แดง =  ส้ม

แดง + น้ำเงิน = ม่วง

สร้างสี Tertiary Color หรือขั้นที่ 3 ของสี ด้วยอัตราส่วนที่เท่ากัน

color (3)

สีม่วง กับ สีแดง =  สีม่วงแดง

สีม่วง กับ สีน้ำเงิน =สีม่วงน้ำเงิน

สีส้ม ผสมกับ สีแดง = สีส้มแดง

สีส้ม ผสมกับ สีเหลือง = สีส้มเหลือง

สีเขียว ผสมกับสีเหลือง = สีเขียวเหลือง

สีเขียว ผสมกับสีน้ำเงิน = สีเขียวน้ำเงิน

อุณหภูมิของสี (Color Temperature)

color (4)

color (5)

การกำหนดสีหลักเป็นอุณหภูมิสี

จะกำหนดสีแดงเป็นโทนร้อน สีฟ้าเป็นโทนเย็น แต่ เราสามารถสร้างสีแดงที่เย็น หรือ สีฟ้าที่ร้อนได้

สีแดง โน้มเอียงไปยัง สีฟ้า นั่นคือสีแดงโทนเย็น

สีแดง โน้มเอียงไปยัง  สีเหลือง นั่นคือสีแดงโทนร้อน

สีคู่ตรงข้าม (Contrast)

สีคู่ตรงข้าม หมายถึง สีที่อยู่ตรงข้ามกันใน Color Wheel สีหนึ่งจะขับอีกสีหนึ่งให้เด่นขึ้น

แดง – เขียว

ม่วง – เหลือง

ส้ม – น้ำเงิน

สีโทนใกล้เคียง (Enhance)

สีโทนใกล้เคียง  หมายถึง การใช้สีที่อยู่ใกล้ๆ กันใน Color Wheel สีแบบใกล้เคียงกันจะทำให้ภาพเป็นโทนเดียวกัน

ละเลงสีน้ำในการวาดภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดซึ่งอุปกรณ์

สิ่งสำคัญอย่างแรกในการที่จะเริงร่าสาดสีใส่ ได้แก่ กระดาษ

paper

กระดาษในการวาดรูปภาพนั้นมีหลากหลายรูปแบบและวิธีการใช้งาน (texture)

โดยจะแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆได้ แก่

กระดาษทั่วไป สำหรับผู้ที่เริ่มวาดรูปใช้กัน (มือโปรบางคนก็นิยม)

กระดาษผสมใยฝ้าย (Cotton) เป็นกระดาษสำหรับผู้ที่เริ่มใช้สีน้ำในการลงสีเป็นแล้ว ซึ่งถ้า มีส่วนผสมของ ใยฝ้ายมากขึ้นเท่าไร ราคากระดาษก็จะสูงมากตามไปด้วย (ความไฮโซก็จะตามมาทันที)

ข้อสังเกตของการเลือกกระดาษเพื่อนำมาวาดรูปนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของแกรม (gsm)

สิ่งสำคัญอย่างที่สองในการที่จะเริงร่าสาดสี ได้แก่ สี

paints

สีน้ำจะแบ่งได้ 2 แบบใหญ่ๆ ได้แก่  สีหลอด และ สีกล่อง

ซึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา คือ Winsor & Newton’s Cotman , Sakura , Reeves , Van Gogh , Sennelier

สำหรับผู้ที่หัดเริ่มละเลง

แม่สี ได้แก่ น้ำเงิน แดง เหลือง

สีน้ำเงิน จะเป็น Indigo , Azure หรือ Navy

สีแดง จะเป็น Carmine  , Crimson  , Red หรือ Scarlet

สีเหลือง จะเป็น Chrome หรือ  Lemon Yellow

สีที่ได้จากการผสมสีของแม่สี

สีเขียว จะเป็น  Verdant , Grassy หรือ Green

สีส้ม จะเป็น Orange , Mandarin หรือ Apricot

สีม่วง จะเป็น Violet หรือ Nobless Wine

ขาดไม่ได้เป็นอย่างยิ่งในการลงสี คือ พู่กัน

พู่กันแบบเริ่มต้น ยี่ห้อไหนก็ได้ สำคัญ ที่ขนาดของพู่กัน ควรเลือกไว้อย่างน้อย 3 ไซส์

เล็กๆไว้ลงดีเทล ขนาดอยู่ที่ เบอร์ 0 หรือ เบอร์ 1 ไม่เกินเบอร์ 2

กลางไว้ระบายตามพื้นที่ในกรอบ  ขนาดอยู่ที่ เบอร์ 4-6 (เป็นขนาดที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน)

ใหญ่ไว้ลงแบล็คกราวด์และฉาบน้ำในขั้นตอนลงสีพื้น ขนาดอยู่ที่เบอร์ 20 หรือใหญ่มากกว่านั้น

อื่นๆ

จานสี : เลือกที่มีฝาปิดกันฝุ่นลง ไม่ต้องล้างตลอดกาล

กระป๋องใส่น้ำ : ไว้ใส่น้ำ

กระดานขึงกระดาษ : ไว้ขึงกระดาษกับกระดาษเพื่อให้ไม่มีรอยย่น

ความเป็นมาของสีในโลกแห่งสีสรร

paints color

ตั้งแต่เริ่มยุคสมัยแห่งมนุษยชาติ สิ่งที่รู้จักในการใช้สีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น เนื่องจากสีเหล่านั้นได้มาจากพืช สัตว์ ดิน แร่ธาตุต่าง ๆ รวมถึงขี้เถ้า เขม่าควันไฟ โดยสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสีที่พบทั่วไปในธรรมชาติ

สีสันสวยงามโดยส่วนมากมาจากสิ่งที่มนุษย์ให้ความสนใจ และสามารถนำมาระบายลงบนวัตถุและติดแน่นทนนาน ดังนั้นไขมันจึงได้ทำหน้าที่เป็นส่วนผสม (Binder) ซึ่งมีความสำคัญในฐานะเป็นสารชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบของสี ทำหน้าที่เกาะติดผิวหน้าของวัสดุที่ถูกนำไปทาหรือ ระบาย นอกจากไขมันแล้วยังได้นำไข่ขาว ขี้ผึ้ง (Wax) น้ำมันลินสีด (Linseed) กาวและยางไม้ (Gum arabic) เคซีน (Casein ตะกอนโปรตีนจากนม) และสาร พลาสติกโพลีเมอร์ (Polymer) มาใช้เป็นส่วนผสม ทำให้เกิดสีชนิดต่าง ๆ ขึ้นมา

องค์ประกอบของสี

เนื้อ + ส่วนผสม จะกลายเป็น สีชนิดต่าง ๆในสมัยต่อมา มีวิวัฒนาการมากขึ้น ในการรับรู้ และ ชื่นชมใน ความงามทางสุนทรียศาสตร์ จากเดิมที่เคยใช้สีเพียงไม่กี่สีเป็นสีตามธรรมชาติ จากนั้นได้ประดิษฐ์ คิดค้น และผลิต สีใหม่ ๆ ออกมาและทำให้เกิดการสร้างสรรค์อย่างไม่มีขีดจำกัด พัฒนา อย่างต่อเนื่อง

ที่มาของสี

สีที่มนุษย์ใช้อยู่ทั่วไป ได้มาจาก

1 สสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และนำมาใช้โดยตรง หรือด้วยการสกัด ดัดแปลงบ้าง จากพืช สัตว์ ดิน แร่ธาตุต่าง ๆ

2 สสารที่ได้จากการสังเคราะห์ซึ่งผลิตขึ้นโดยกระบวนการทางเคมี เป็นสารเคมีที่ผลิตขึ้นเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ สะดวกมากขึ้น ซึ่งเป็นสีที่เราใช้อยู่ทั่วไปในปัจจุบัน

3 แสง เป็นพลังงานชนิดเดียวที่ให้สี โดยอยู่ในรูปของรังสี (Ray) ที่มีความเข้มของแสงอยู่ในช่วงที่สายตามองเห็นได้